เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แปปๆ ก็เหลือเวลาให้เตรียมตัวก่อนเดินทางแค่เพียง 1 เดือนเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ ก็แค่รู้สึกเป็นกังวลกับการจัดแจงเรื่องเองสาร กลัวว่าจะไม่ครบบ้าง ไม่รับการอนุมัติบ้าง แต่ในที่สุด ทาง VFG ก็ได้ส่งเมลให้ไปรับ Passport คืนได้ เมื่อวานนี้ (ซึ่งสามารถรับได้หลังจากที่ได้รับอีเมลแล้ว 2 วัน) ก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะผ่านไหม ถ้าไม่ผ่านนี้ต้องใช้คำว่า “งานเข้า” ของแท้ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร (มั้ง?)
มาถึงตอนนี้ รู้สึกว่า อะไรๆมันเริ่มจะทำไม่ทันแบบแปลกๆ ทั้งที่ความรู้สึกแบบนี้ เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนไม่เป็น ไหนจะเรื่องอุปกรณ์การเรียน หอพัก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อาหารแห้ง และความสามารถทางภาษา (ที่ทิ้งไปตั้งแต่สอบผ่านเกณฑ์เมื่อหลายเดือนก่อน)
ความรู้สึกแปลกๆ ที่ทั้งกังวล และตื่นเต้น ผสมปนเป กันอย่างไม่ลงตัวนัก ทำให้เกิดอาการนอนไม่ค่อยหลับ หรือตื่นแล้วหลับไปลง กลายเป็นคนนอนดึก ตื่นเช้า ไปโดยอัตโนมัติ สิ่งหนึ่งที่ท้าทายความสามารถและสตางค์ในกระเป๋าก็คือ การต้องนัดเจอเพื่อนๆ นัดกินข้าว ภาษาที่มักใช้เรียกก็คือ “การเลี้ยงส่ง” ซึ่งถ้าถามว่าผมเข้าใจความหมายของมันดีมากหรือไม่ อาจจะต้องบอกตรงนี้ว่า นอกจากจะเป็นโอกาสที่จะได้นัดเจอเพื่อนเก่าแล้ว คามพิเศษของมันผมก็แทบจะมองไม่เห็น คือเข้าใจว่าเราจะไปเรียนนานถึงปีกว่า แต่เราก็ไม่ได้ไปออกรบ หรือติดต่อกันไม่ได้อะไรขนาดนั้น ถึงต้องจัดงานเลี้ยงส่งกันเป็นเรื่องใหญ่โต แต่กระนั้นตัวผมเองก็มีความรู้สึกยินดี ที่จะได้เจอเพื่อนทั้งเก่าและไม่เก่าอีกครั้ง
เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Agency ที่ผมให้พี่ๆเขาช่วยดูแลเรื่องเอกสาร มีการนัดหมายเพื่อที่จะทำความเข้าใจ กับน้องๆนักเรียนที่จะไปเรียนในปีการศึกษานี้ ไอเราก็ตั้งใจว่าอยากจะไปถึงก่อนเวลาซักหน่อย เพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนๆที่อาจจะต้องไปเจอกันที่นู้น นัดหมายเวลาบ่าย 3โมงวันเสาร์ เรานี้เตรียมตัวตั้งแต่วันศุกร์ คิดวิธีการเดินทาง ที่จะประหยัดทั้งเวลาและเงินทองในกระเป๋า ผมไปถึงอย่างพอดิบพอดี บ่าย 2โมง 50นาที ช้ากว่าที่คาดไปนิด แต่รู้สึกดีกับตัวเองที่ว่าเราก็เป็นคนตรงต่อเวลานะ เปิดประตูเข้าไปเจอพี่คนที่ดูแล ยิ้มหวานต้อนรับเหมือนอย่างเคย แต่เกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นเมื่อสายตาเรามองไปที่คนอื่นๆ
คำทักทายแรกของพี่ “สวัสดีครับ ณัฐ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” ผมทักทายกลับพร้อมติดตลกเหมือนเช่นเคย “จะไม่มาได้ไงพี่ นี้ลงตารางนัดหมายไว้เลยนะเนี้ย 5555” พี่เกิดอาการหน้าเสียเล็กน้อย เรารู้สึกได้ว่าคงต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น จึงรีบแย้งกลับไป “นี้จะเริ่มอะยังอะพี่ ต้องไปฟังห้องไหนครับ” พี่ตอบทันควัน “งานเริ่มบ่ายโมงตรงอะณัฐ ตอนนี้จบหมดแล้วคะ” ผมหัวเราะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดหวัง พร้อมอุทานเป็นคำหยาบหลายคำในใจ เราก็อุสาห์ตั้งใจมา แม่งเอ่ย! – แต่ด้วยความที่เป็นคนโชคดี ที่เพื่อนพี่น้องๆ ร่วม 4 ชีวิต ที่ไปมหาลัยเดียวกับเรายังไม่กลับบ้านไปเสียก่อน พี่เขาเลยพาเราไปแนะนำและได้พูดคุยกันพอสมควร
หลังจากนั้นเพื่อนพี่น้องๆ ก็ขอ id line เพื่อลากเราเข้ากรุ๊ปที่มีเพื่อนๆที่จะไปศึกษาต่อที่ University of Leeds ไม่น่าเชื่อว่าในหมู่คนไทยที่จะไปศึกษาต่อนั้นมีร่วม 90 กว่าชีวิต ความคิดก็ฝุดขึ้นมาในหัว ทั้งข้อดี ข้อเสีย และการคาดการณ์ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เอาวะ!
หลังจากนี้ตั้งใจว่าจะมาเขียนอีกทีในช่วงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
แต่ถ้ามีเวลาจะมาเขียนเพิ่ม ตอนนี้เริ่มยุ่งกับการเตรียมตัว จัดการกับงานที่ยังค้างเพื่อส่งต่อให้คนอื่น และนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ
ขอให้ทุกอย่างราบลื่นไม่มีปัญหา สาธุ
มีเรื่องราวมากมาย เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางและการไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ
สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://natthapoldiary.wordpress.com
ขอบคุณครับ 🙂


ใส่ความเห็น