เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสร่วม Panel Discussion ในหัวข้อ “Future Skills for Communicators: สื่อสารเป็น รู้ทัน AI พลิกเกมการทำงานยุคใหม่” ในงาน COSCI Alumni Reunion 2025 ครับ หัวข้อนี้มีความท้าทายมาก ทำให้ผมต้องเตรียมข้อมูลอยู่พักใหญ่ และวันนี้ขอแชร์เนื้อหาบางส่วนเพื่อให้นักสื่อสารรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาร่วม Discuss กันต่อครับ

บทบาทของคนในสายสื่อสารจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น?
คำถามสำคัญที่ทุกคนถามกันบ่อยคือ “บทบาทของนักสื่อสารจะเหลืออะไร เมื่อ AI สามารถทำงานแทนได้มากขึ้น?”
ในมุมมองของผม การสื่อสารประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 อย่าง:
- ผู้ส่งสาร (Sender)
- ตัวกลางหรือสื่อ (Medium)
- ผู้รับสาร (Receiver)
AI จะเข้ามาปรับเปลี่ยนในส่วนของ ตัวกลางหรือสื่อ อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น:
- การเขียนสคริปต์
- การสร้างภาพกราฟิก
- การตัดต่อวีดีโอ
AI ทำให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ ผู้ส่งสารและผู้รับสารยังคงเป็นมนุษย์ และความเป็นมนุษย์ในการสื่อสารจะยังคงมีความจำเป็นอยู่เสมอครับ
นักสื่อสารยุคใหม่ต้องปรับตัวอย่างไร?
ผมชอบคำพูดที่พี่เก่งได้กล่าวไว้ในงาน CTC2025 คือ “เร็วให้ทันโลก ช้าให้ทันตัวเอง” ซึ่งมีความหมายที่ลึกซึ้ง:
- เร็วให้ทันโลก: เปิดรับสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
- ช้าให้ทันตัวเอง: เข้าใจตัวเอง รู้จังหวะในการพัก ลดความกังวลเรื่องการเปรียบเทียบตนเอง และป้องกันอาการ Burnout ที่มักเกิดขึ้นในกลุ่มคนทำงาน
ความเสี่ยงหากไม่ปรับตัวในยุค AI คืออะไร?
ตั้งแต่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ปลายปี 2022 โลกของการทำงานได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี AI กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้จักและใช้งานเป็น การหาข้อมูล การ Search ข้อมูลต่างๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ถึงแม้ AI จะก้าวหน้าเพียงใด ก็ยังมีทักษะบางอย่างที่ AI ยังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ เช่น:
- ความเข้าใจในอารมณ์และสีหน้าท่าทางของผู้อื่น (Emotional Intelligence)
- การคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
- การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและใช้ตรรกะ (Complex Problem-solving)
- ทักษะการเข้าสังคมและสร้างความสัมพันธ์ (Social Skills)
- การใช้ประสบการณ์ในการตัดสินใจ
ข้อคิดสำหรับนักสื่อสารรุ่นใหม่
สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากถึงนักสื่อสารรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งจบการศึกษา ขอให้ออกจาก Comfort Zone และออกไปหาประสบการณ์แบบที่คุณแชมป์ ทีปกร เรียกว่า “ประสบการณ์ตาเนื้อ” คือออกไปสัมผัสกับโลกจริง เห็นจริง รู้สึกจริง ออกไปมีประสบการณ์ร่วมกับผู้คน ไปสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย เพราะประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นวัตถุดิบสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์และการสื่อสารที่ทรงพลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้ในตอนนี้ครับ
ปลายเดือนนี้ ผมจะมีโอกาสไปบรรยายที่งาน #MedChic เชียงใหม่อีกครั้ง ขอเวลาไปเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม แล้วไว้เจอกันครับ!


ใส่ความเห็น