เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสได้ไปบรรยายเรื่องการสร้าง Brand Storytelling ให้กับผู้ประกอบการกว่า 30 ท่าน ที่กรมการแพทย์แผนไทยครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ Pain Point ร่วมกันของผู้ประกอบการไม่ใช่เรื่องคุณภาพสินค้า เพราะหลายท่านมีสินค้าที่ดีมาก บางเจ้าได้รับรางวัลระดับประเทศด้วยซ้ำ แต่ปัญหาคือ “ไม่รู้ว่าลูกค้าคือใคร และจะสื่อสารยังไง”

การตลาดส่วนใหญ่ที่เราเห็น จึงมักเป็นการบอกสรรพคุณสินค้า แต่ขาด “ความเชื่อมโยง” กับวิถีชีวิต หรือปัญหาจริงๆ ของผู้คน ผมเลยลองวางหลัก Branding Framework ง่ายๆ 3 ข้อ เพื่อเปลี่ยนสินค้าสมุนไพร ให้กลายเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงคนได้มากขึ้น โดยถอดบทเรียนจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Aesop มาให้เห็นภาพชัดขึ้นครับ
1. สร้างความน่าเชื่อถือ (Trust)
ไม่พูดลอยๆ แต่ต้องพิสูจน์ได้
- ทั่วไป: บอกว่าสะอาด ปลอดภัย
- Branding: เล่าถึง Process เช่น “ผ่านการอบฆ่าเชื้อที่ 100 องศา” หรือโชว์มาตรฐานการผลิตที่จับต้องได้
- ตัวอย่างจาก Aesop: ใช้แนวคิด “Anti-Puffery” คือเน้นความจริงใจ ไม่เคลมเกินจริง ใส่ใจส่วนผสม ให้ลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพเนื้อในจริงๆ
2. สร้างความแตกต่าง (Differentiation)
เลิกขายสินค้า แต่ขาย “ทางออก” ของปัญหา
- ทั่วไป: ขายสบู่สมุนไพร
- Branding: เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เช่น “คนเมืองที่เครียดจากงาน” สินค้าเราช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้ยังไง
- ตัวอย่างจาก Aesop: ไม่จ้างดารา แต่ใช้งบไปกับการออกแบบร้าน (Space) ให้มีกลิ่นอายเฉพาะตัว เน้นกลิ่นไม้ กลิ่นดิน เจาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการความสงบในชีวิตที่วุ่นวาย
3. สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)
เพิ่มคุณค่าทางใจ ให้เป็นมากกว่าแค่สินค้า
- ทั่วไป: ใช้แล้วผมสวย
- Branding: สร้างประสบการณ์ผ่าน รูป รส กลิ่น เสียง ให้ลูกค้ารู้สึกดีที่ได้ใช้
- ตัวอย่างจาก Aesop: เปลี่ยนเซรั่มธรรมดา ให้เป็น “เกราะป้องกันผิวจากมลภาวะ” พร้อมกิมมิกคำคมนักปรัชญาข้างขวด ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นคนมีรสนิยมและชาญฉลาด
ผู้ประกอบการเราเก่งมากๆ ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ผสมผสานภูมิปัญญาและสมุนไพรที่มีคุณภาพ หากเราสามารถขยับจากการแค่ “ขายของ” มาเป็น “การสร้างแบรนด์” ที่มีเรื่องเล่าและตัวตนที่ชัดเจน
ผมเชื่อว่าแบรนด์ไทยสามารถเติบโตไประดับโลกได้แน่นอน เหมือนที่รุ่นพี่อย่าง Panpuri หรือ Srichand ทำให้เราเห็นมาแล้ว เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการไทยทุกคนครับ
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ พี่รอนนี่ ดร.รณกร ไวยวุฒิ และสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ให้เกียรติเชิญผมไปร่วมแชร์ในครั้งนี้ด้วยครับ
ใส่ความเห็น