สำหรับวันแรกที่มา London ติดตามได้ที่นี้เลย First day in London
มาต่อกันเลย วันที่สองในการใช้ชีวิตใน London
เมื่อวาน หลังจากเดินอย่างยาวนาน รู้สึกเหนื่อยมาก บวกกับ Jet lack หน่อยๆ เลยทำให้เข้านอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม ตื่นมาอีกที ตี 4 ตาใสแจ๊วเลยครับ (ในหน้าร้อนอากาศที่ลอนดอนจะค่อนข้างอบอุ่นอยู่ที่ประมาณ 18-32 องศา พระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ 4:00 am ตกอีกทีก็นู้นเลย 10:00 pm เอาง่ายๆว่าตกไปไม่ถึง 6 ชั่วโมง ) ตื่นมาทำตัวไม่ถูกเลย ก็พระอาทิตย์มันขึ้นแล้วอะ ให้นอนต่อได้ไง
ในวันนี้เราจะไปที่ Camben River (ตามหางาน Banksy), Tower Bridge, ห้าง Harrods, Piccadilly Square, กลับไปช็อปที่ Oxford Circus, British Museum และปิดท้ายด้วยการไปในชิวๆที่สวนสาธารณะ Primrose Hill
เอาละมาเริ่มกันเลย
เช้านี้เดินออกจากบ้านเร็วกว่าชาวบริติชทั่วไปในวันอาทิตย์ ที่ทุกคนมักจะตื่นกันหลังเที้ยงเพราะไป Hang Out กันมาเมื่อคืน ผมและเพื่อนตามหา งานกราฟิติ้ของ Banksey ที่คลองแถวๆบ้าน เพราะเพื่อนบอกว่าเคยเดินผ่านแล้วเห็นอยู่ แต่ไปถึงก็โดนลบไปซะแล้ว เสียใจ T T
หลังจากนั้นเราก็ลงรถไฟใต้ดิน นั่งยาวไปลงสถานี Tower Bridge เพื่อไปดูสถานที่ตามชื่อสถานี – Tower Bidge ก็คือสะพานที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของลอนดอน ตัวสะพานจะยกขึ้นเมื่อมีเรือสินค้า (เรือใหญ่ๆที่รอดไม่ผ่าน) ผ่านมา แต่ด้วยความที่สะพานมันใหญ่ นานๆจะต้องยกซักที เพราะเรือท่องเที่ยว ตามปกติ มันก็ผ่านไปได้หมด อดเห็นเลย
เราเดินข้ามมาอีกฝั่งนึง เพื่อถ่ายรูปย้อนกลับไป อีกซักหน่อย หลังจากนั้น เราก็ไปต่อรถ Bus ไปห้าง Harrods กัน มาถึงแล้ว Harrods ที่เป็นเหมือนจุดมุ่งหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว ถ้าไม่มา เหมือนมาไม่ถึงลอนดอน ห้างจะเป็นลักษณะ ตึกเก่า ที่ปรับปรุงด้านในให้ทันสมัย และมีสินค้าแบรนด์เนม ระดับ ไฮเอ็นท์ มาจำหน่ายเกือบทั้งโลก แน่นอน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็น คนจีน คนไทย และชาวตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ (แปปๆ ก็เดินเจอคนไทย เดินหาของกันหน้าเครียด 555)
ก่อนเราเดินเข้าห้าง เหมือนมีผู้หญิงคนนึง มายืนประท้วงการนำขนสัตว์มาทำเสื้อผ้า ทุกครั้งที่มีลูกค้าเดินเข้าห้าง เมื่อประตูเปิดออก ผู้หญิงคนนี้ก็จะตะโกนเข้าไป ประมาณว่า “นี้เป็นห้างที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ แต่พวกเขาไม่เคยสนใจกับชีวิตพวกสัตว์บางเลย ยังคงเอาเสื้อผ้าหนังสัตว์มาขาย ถ้าคิดกลับกันเป็นหนังของเรา คุ้นจะกล้าใส่มั้ย สัตว์มันก็มีชีวิตนะ” ประมาณนี้ อารมณ์และน้ำเสียงของเธอดุดันมากครับ
ต่อมาเราก็มุดลงใต้ดิน นั่ง Tube ไปที่ Piccadilly Square จริงๆจุดนี้ก็เป็นคล้ายกับย่านขายของ เสื้อผ้า เหมือนกับย่านอื่นๆ แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นกับที่นี้มาก เพราะมันเป็นสถานที่หนึ่งในช่วง Title ของซีรี่ Sherlock Holme ที่ผมติดงอมแงมก่อนจะตัดสินใจ มาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ
เราย้อนกลับมาที่ Oxford Circus อีกครั้งเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่ผมเล็งไว้เมื่อวาน แต่ไม่ยอมซื้อ (โดนเพื่อนบ่นใหญ่เลย สรุปเดินกลับมาตั้งไกล ซื้อได้แค่ตัวเดียว 5555)
มองดูนาฬิกา เป็นเวลา 4:43 pm ไม่รู้จะไปไหนกันต่อดี ผมบอกเพื่อนว่า ผมอยากไป British Museum นะ แต่ไม่รู้จะทันมั้ย มันควรจะต้องไปซักครึ่งวันเป็นอย่างน้อย เพื่อนผมจึงบอกว่า โอเค Museum มันปิด 5:30 pm ถ้าไปเราควรจะเข้าไปดู จุด Hilight ของที่นี้เลย ก็คือ Mumies (มันมี่หลายตัว เปลี่ยน Y เป็น I แล้วเติม ES)
ถึงแล้ว ว้าวววว ผมนี้ขนลุกเลยครั้ง มันมี่ของจริง พี่แกขนมาจากอิยิป เกือบ 20 ตัว ไม่นับรวม มัมมี่ที่เป็นสัตว์ และเครื่องประดับอีกนะ โห อลังการมากครับ ต้องมาให้ได้นะครับ ถ้าไหนๆมาลอนดอนแล้ว
เดินได้ซักพัก ก็หมดเวลา เราจึงตัดสินใจกลับที่พัก ไปนั่งพักกันก่อน ค่ำๆ (2 ทุ่ม) ค่อยออกมาดูหระอาทิตย์ตกกัน
หลังจากทานอาหารและพักผ่อนพอหายเหนื่อย เราก็เดินออกจากบ้าน ไปที่ Primerose Hill เป็นเหมือนสวนสาธารณะที่มี เนินเข้าสูง สูงขนาดที่ สามารถ มองยอมกลับไปในตัวเมืองได้เลย คุณจะสามารถเห็น London Eye, TowerBridge หรือ St.Paul Cathedral ได้เลยจากตรงนี้
ถ้าเป็นวันที่แดดออก ฟ้าใสๆไร้ฝนแบบนี้ ชาวลอนดอนเนอร์ เข้าก็มักจะออกมาสังสรรค์กับเพื่อน บางคนถือเบียร์ มานั่งกันเป็นวง บางคนเอากีต้ามาดีดร้องเพลงเล่น เป็นอะไรที่วพกเขาชอบมากๆในวันที่อากาศดีแบบนี้
เดียวไว้ โพสหน้า ผมจะมาเล่าประสบการณ์การขึ้น รถไฟครั้งแรกเดินทางไปเมือง Leeds ให้ฟัง
(โพสนี้ก็เขียนในรถไฟนะเธอ บรรยกาศดีสุดๆไปเลย อีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง Leeds)
ขอบคุณที่ติดตามครับ









ส่งความเห็นที่ 20th – FIRST DAY, TRIP IN LONDON | A Diary of Me ยกเลิกการตอบ