House Hunting – เช่าบ้านในอังกฤษ

มาเข่าบ้านอยู่ระหว่างเรียนกันเถอะ (ถูกกว่าอยู่หอแน่นอน!)

การมาเรียนต่อเมืองนอกนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยในการเลือกมหาลัย นอกจาก Ranking ชื่อเสียง และคณะที่สนใจแล้ว เมืองและที่อยู่อาศัยก็สำคัญไม่แพ้กัน ก็แน่นอนแหละ ต้องใช้ชีวิตอยู่นี้อีกตั้งเกือบปี ก็ต้องอยู่เมืองที่ lifestyle มันเข้ากับเราหน่อย ใช่มะ?

การเลือกที่พักนั้นสามารถเลือกได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Student Accommedation หรือการเช่าบ้าน หรือ Flat ในอังกฤษ

ในบทความที่เขียนนี้ตั้งใจจะมาแชร์ประสบการณ์ ในการหาเช่าบ้านระหว่างเรียน ว่ามันควรต้องทำยังไง ตอนนั้นก็มั่วๆอยู่หลายเดือนเหมือนกันกว่าจะลงตัว เอาละมาเริ่มกันเลย

****หมายเหตุ****

  • บทความต่อไปนี้เขียนโดยประสบการณ์จริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน อาจจะไม่ถูก 100% แต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์
  • บทความนี้ อ้างอิงจากเมือง Leeds เพราะเป็นเมืองที่มาเรียน แต่ละเมืองอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งราคาและบริษัทจัดหาบ้าน

Local House

สิ่งที่ควรรู้เลยคือเรื่อง “ค่าใช้จ่าย” (อ่านสัญญาให้ดีด้วยนะ)

Per week – ที่นี้ส่วนมากการเช่าบ้านจะคิดราคาเป็นต่อสัปดาห์ pw หรือ per week ถ้าเราต้องการจะคำนวนเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน ก็เอา pw x 52 (ปีนึงมีประมาณ 52 สัปดาห์) แล้ว หารด้วย 12 ก็จะได้ตัวเลขค่าค่าเช่าต่อเดือนโดยประมาณ (หรือจะหารเป็นวันก่อนก็ได้แล้วค่อยคูณ แต่แต่ละเดือนวันมันไม่เท่ากัน อาจจะงงได้)

All bills included – อันนี้หมายถึงรวม bills ทุกอย่างแล้ว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส (บางที่อาจจะรวมหรือไม่รวม internet กับ TV ก็ได้ ต้องดูดีๆ) ถ้าเกิดตอนหาบ้านถ้ามันมีคำว่า Incl. ข้อเสียคือราคาค่าเช่าบ้านมันอาจจะถูกบวกเพิ่มไปนิดหน่อย ราคาอาจจะสูงกว่าราคาจริง แต่ข้อดีก็คือ เราไม่ต้องคิดมาก กับการมานั่งจ่ายค่านั้นค่านี้ทุกๆเดือน ถ้าเอาเป็นแบบ bills excluded ก็แนะนำให้บวกจากค่าเช่า per week ไปอีกประมาณ £25-£35 (เพราะหน้าหนาวเราจะใช้แก๊ส เผื่อทำความร้อนเยอะมาก) เอาจริงๆหาแบบ all included เถอะจะได้ไม่ปวดหัวเหมือนเรา T T

Area – Zone ต่างๆ ก็มีความสำคัญในด้านราคาของบ้านที่เราเลือก ถ้าอยู่นอก zone City Centre หรือ University อาจจะราคาถูกหน่อย แต่มันก็หมายความว่า เราอาจจะต้องคิดเผื่อเรื่องค่าเดินทางต่อวันด้วย (ยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวที่อากาศจะหนาวมาก และฟ้ามืดตั้งแต่ 4โมงเย็น เวลาเดินทางก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น)

Time period – เข้าอยู่ระยะเวลาเท่าไหร่ การจ่ายเงินเป็นแบบไหน ส่วนมาก ก็จะโดนบังคับจ่ายเป็นก้อน รวดเดียวจ่ายหมดเลย ก็จะโดนบวกค่าบริการนู้นนี้นิดหน่อย เป็นค่าดำเนินการของบริษัท ช่วงเวลาก็ลองถามรุ่นพี่ดูดีๆ ว่าควรจะอยู่กี่เดือน แล้วเรามี Plan ที่จะอยู่จนจบมั้ย หรือรีบกลับไทยก่อน ปกติก็จะแนะนำว่า เอาให้มันครบปีไปเลย จะได้ไม่ต้องกังวลว่าช่วง 3 เดือนสุดท้ายที่ทำ dissertation จะไปอยู่ไหน (สำหรับนักเรียนปอโท)

Council Tax – พออยู่ๆไปซักพักนึง จะโดนส่งจดหมายมาเก็บภาษี ให้เราเอาใบรับรองจากมหาลัยไป ยื่นที่ City Council เพื่อยกเลิกภาษี(ไม่ต้องจ่าย) เพราะเรามีสถานะเป็นนักเรียน จึงไม่จำเป็นต้องเสียภาษี แต่ก็ต้องทำเรื่องให้เรียบร้อยนะ (สำหรับคนที่จะอยู่ต่อหลังจากเรียนจบแล้ว ต้องเช็คให้ดีๆนะครับ เพราะอาจจะต้องจ่ายภาษ๊ให้กับเมือง)

โอเค คิดออกแค่นี้ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเดียวมาอธิบายต่อ เรามาเริ่มที่ขั้นตอนการหาบ้านกันเลยยย ลุย!!

การหาบ้านควรเริ่มหาอย่างน้อยๆซักเดือนนึง(มันมีกระบวนการค่อนข้างมาก) เพราะเราต้องเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมาเรียนของเราถูกมะ

เริ่มจากเราจะอยู่เป็นห้องลักษณะไหน อยู่กี่คน รับได้ที่ราคาเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง ของเรา เริ่มจากตั้งงบไว้ว่า รวมทุกอย่างต่อสัปดาห์ไม่เกินน £100 pw อยู่ 2 คน แชร์ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่นได้ แต่ขอมีห้องส่วนตัวและอยู่ใกล้มหาลัยมากที่สุด

เริ่มจาก(เริ่มมาหลายรอบแล้วนะ 555) เข้าเวป Housing provider ที่เมือง Leeds เนี้ยจะมี 3-4 เจ้าที่เห็นคนเขาใช่กันเยอะๆ ด้วยความที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด ผมก็เข้าหมดเลย เก็บข้อมูลทุกอัน บริษัทต่างๆมีดังนี้ (แต่ละเมืองที่มีบริษัทที่ต่างกัน เอาเป็นว่าลองเดินดูรอบๆมหาลัยและกัน เพราะพวกนี้มันมักจะเปิดบริษัทใกล้มหาลัย)

  1. Unipol (ตัวบริษัทจะตั้งอยู่หน้ามอ และใน Student Union ในมหาลัย Leeds) เวปนี้จะเป็นการเช่าบ้านของนักเรียนโดยเฉพาะ จะมีทั้ง Flat ที่ยริษัทเป็นเจ้าของเอง และ Landlord มาฝากไว้ในเวป กฎเกณฑ์แต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันขึ้นกับว่าใครเป็นเจ้าของ https://www.unipol.org.uk/home

Unipol - The home of student housing

2. Samara (อันนี้ผมใช้) เป็นอีกหนึ่งบริษัท ที่คงใช้ค่อนข้างมาก (แต่ก็ไม่ใช่ว่าดี) มีบ้านเช่าส่วนใหญ่อยู่บริเวณรอบๆมหาลัย และมีให้เลือกหลายรูปแบบ ในเวปไม่ค่อยมีอะไรมาก แนะนำให้ไปที่บริษัทแล้วไปนั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า ว่าต้องการแบบไหน http://www.samarahomes.co.uk

Samara Home Rental

3. CITY RED อันนี้เป็นอีกอันที่ค่อนข้างชอบ บริการดี แต่ดันไม่มีบ้านแบบที่อยากได้ เข้าไปเช็คเวปก่อนแล้วก็ จดๆที่อยู่ออกมา ตอนไปคุยกับเจ้าหน้าที่จะได้ไม่เสียเวลาเนอะ http://www.cityred.co.uk

Red City House Rental

โอเคหละ หลังจากที่เราหาข้อมูลที่พักมาพอสมควร ถึงเวลาไปลุยที่บริษัทกันละ

กระบวนการมันจะเป็นแบบนี้นะครับ “เลือกที่พัก – นัดเวลาเข้าดู – จ่ายเงิน ทำสัญญา – เข้าอยู่” ซึ่งการนัดไปดูบ้านนั้นค่อนข้างใช้เวลา เพราะเราไม่สามารถเลือกวันนี้ หรือดูวันนี้ได้เลย เราต้องจองเวลาเพื่อกลับมาดูบ้านอีกที และบางที่เราไม่สามารถไปดูพร้อมกันได้ในวันเดียว

พอไปถึงบริษัทเขาก็จะถามความต้องการเราว่า อยากอยู่บ้านแบบไหน กี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ บริเวณไหน ห้องใหญ่ห้องเล็ก (ส่วนใหญ่เขาไม่บอกหรอกว่ามันเล็ก เดียวขายไม่ออก 555) แนะนำให้ถามเริ่มว่าเป็น all bills included รึป่าว ราคาเท่าไหร่ สัญญากี่เดือน แล้วก็ให้หาสมุดเล็กๆไปจดว่า บ้านไหนราคาเท่าไหร่ พอเปรียบเทียบเยอะๆมันจะงง 55555 เสร็จก็นัดเวลาไปดูบ้านกัน

ผมใช้วิธี ไปดูทุกที่ นัดดูบ้านทุกหลัง แล้วก็ทำ schedule เอาไว้ เลือกวันให้มันกระจุงตัวอยู่แค่ในอาทิตย์เดียว  ที่สำคัญเลยคือ ต้องเอาไอคนที่จะอยู่กะเราไปตลอดทั้งปี พามันไปด้วย เพราะเกิดบางที เราโอเค พอพามันไป มันงอแง่ไม่โอเค เดียวจะมีปัญหากันเปล่าๆ

เอาละเมื่อถึงเวลา เราก็ไปดูกัน เราก็ละเอียดรอบคอบนิดนึง ดูบริเวณบ้าน เพื่อนบ้านดีๆ

ผมมีเทคนิคนิดหน่อยๆ ที่เรียนรู้เองจากการไปดูบ้านหลายที่

  1. พอไปถึงบ้านแล้ว ให้ควักมือถือออกมาดู ดูว่ามันมีสัญญาณโทรศัพท์รึป่าว แรงแค่ไหน เพราะบ้างที่ อย่างเช่นในอาคารเนี้ยสัญญาณโทรศัพท์บางค่ายอาจจะไม่ถึง หรือมีแต่ก็ไม่มีอินเตอร์เน็ต
  2. ให้เปิด Google maps แล้ว save address เอาไว้ มันจะขึ้นเป็นรูป ดาว ในแผนที่ หลังจากที่เราไปดูมาหลายๆที่ เราก็จะรู้ว่าอันไหนอยู่ใกล้ หรือยู่ไกลแค่ไหน
  3. จด Post Code ไว้ post code ที่นี้เหมือนที่อยู่บ้าน มันละเอียดมากขนาดระบุบ้านได้เป็นหลังๆ เพราะฉะนั้นจดเผื่อไว้ก็ไม่เสียดายเนอะ
  4. ถ้าบ้านมันโทรมมาก ถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่า เขาจะทาสีให้เราใหม่มั้ย เพราะบางที เวลาผู้เช่าคนเก่าออก เข้าจะทาสีและทำความสะอาดให้ใหม่
  5. บางทีจะบอกการใช้พลังงาน ว่าเป็นอย่างไร ค่า A – E คือ A เนี้ยประมาณว่า ที่พักจะประหยัดไฟ กำแพงพื้นเก็บความร้อนได้ดี แต่ถ้าเป็น E ก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่า หน้าหนาวนี้เปิดฮิตเตอร์กระจายจ้าาาา (บ้านส่วนใหญ่จะอยู่ในเกรดประมาณ B-C แค่นี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว)

คร่าวๆก็ประมาณนี้แหละครับ ที่เหลือก็เรื่องการทำสัญญา และการจ่ายเงิน

IMG_6203

อ๋อ เพิ่มเติมอีกนิดนึงนะครับ เรื่อง Utilities bills (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก็ส ค่าเน็ต ค่าทีวี) ในกรณีที่เราต้องจ่ายเอง

ค่าน้ำ – ที่ Leeds เนี้ยจะมีเจ้าเดียวคือ Yorkshine Water (https://www.yorkshirewater.com) ที่บ้านเนี้ยจะโดนเก็บเป็นราคาเหมาจ่ายต่อเดือน คำนวนจากจำนวนคน ห้องน้ำ และอ้างล้างหน้า (มีรุ่นพี่บอกว่า ถ้าอยู่ชั้นบน ค่าน้ำรายเดือนจะแพงกว่าชั้นล่าง เพราะต้องเสียแรงดันน้ำ)

ค่าไฟ ค่าแก๊ส – เราสามารถเลือกบริษัท ที่จ่ายทั้ง 2 อย่างนี้ให้เราได้ (จะได้ไม่วุ่นวาย) ที่อังกฤษนี้ จะมีบริษัท ค่อนข้างมากที่ให้บริการพวกนี้ ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันนิดหน่อย ตามแต่ขั้นต่ำรายเดือน และราคาต่อหน่อย มีให้เลือกทั้ง British Gas (http://www.britishgas.co.uk) Npower (http://www.npower.com/home/) และอื่นๆ (ผู้ให้บริการขึ้นอยู่กับแต่ละเขตพื้นที่เนอะ)

ค่าอินเตอร์เน็ต ทีวี – สองอันนี้มักจะมาพร้อมกัน สำหรับนักเรียนอย่างเราๆ แนะนำว่า ทีวี ไม่ต้องไปสมัครมันหลอก 55555 เราไม่ค่อยได้ใช้ จะได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่อง internet ก็มีหลายเจ้าขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท ราคาเท่าไหร่ เน็ตแรงแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น BT Boardband (http://www.productsandservices.bt.com/products/broadband-packages),
Sky (https://www.sky.com) และ Virgin Broadband (http://store.virginmedia.com/broadband.html) คร่าวๆก็ตามนี้เนอะ

มีเรื่องราวมากมาย เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางและการไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ
สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://natthapolsdiary.com
ขอบคุณครับ 🙂

3 responses to “House Hunting – เช่าบ้านในอังกฤษ”

  1. […] ชีวิตตอนนี้มีหักมุมเล็กน้อย การบ้านเริ่มเยอะ งาน Part time กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การหาที่พักในช่วง September ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย (หาบ้านพักในอังกฤษต้องทำอย่างไรดูได้ ที่นี้ ครับ) […]

    ถูกใจ

  2. […] สำหรับวิธีการหาบ้าน หรือหอพัก สามารถติดตามอ่านได้ ที่นี้ […]

    ถูกใจ

ส่งความเห็นที่ How to book a train ticket for traveling in UK – จองตั๋วรถไฟในอังกฤษ – LIFE+JOURNEY ยกเลิกการตอบ